เศรษฐกิจและสังคม

มีนาคม 03, 2560 287

พัฒนาการความเป็นมาของเศรษฐกิจและสังคมเมืองระยอง

จากการศึกษาประวัติศาสตร์และการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี โดยเฉพาะการค้นพบซากเรือจมและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ตามพื้นที่ชายฝั่งของอ่าวระยอง เป็นสิ่งที่พอกำหนดได้ว่ามีการสัญจรไปมาของการค้าขายทางทะเลในพื้นที่นี้อยู่ตลอดเวลานานมา ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 20-21 เป็นต้นมา หรือในสมัยของพระเจ้าปราสาททองได้มีพ่อค้าจากประเทศตะวันตกเข้ามาตั้งสถานีการค้าในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก รวมทั้งที่บริเวณเมืองระยองด้วย ทำให้รัฐบาลไทยสมัยนั้นต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลและจัดระบบเพื่อเก็บภาษี ทำให้มีการรวบรวมผู้คนเข้ามาและเกิดเป็นหมู่บ้านและขยายเป็นเมือง ในเวลาต่อมาช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (รัชกาลที่ 1-3) ได้มีคนจีนอพยพเข้ามารับจ้างเป็นแรงงาน และมีอาชีพเป็นพ่อค้าตลอดจนทำสวนทำไร่กันมาก ทำให้เกิดชุมชนที่เป็นย่านตลาด ย่านการค้า การเข้ามาตั้งหลักแหล่งของคนจีน ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมระหว่างเมืองและหมู่บ้าน  เพราะคนจีนที่เป็นพ่อค้า คือผู้ที่นำสินค้าจากเมืองไปแลกเปลี่ยนสินค้าทางเกษตรกับสินค้าป่าจากชาวบ้านในถิ่นต่างๆ ในขณะที่ชาวพื้นเมืองที่อยู่มาแต่เดิมมีอาชีพการทำประมง ซึ่งมีทั้งเรือขนาดใหญ่ที่ใช้ใบเรือแจวและเรือพายขนาดเล็ก   เป็นพาหนะที่ใช้ในการประมง   นอกจากอาชีพทำการประมงแล้วยังมีอาชีพการกสิกรรมซึ่งมีทั้งทำนา  ทำไร่  ทำสวน และการค้าขายโดยรับซื้อของป่า เช่น น้ำมันยาง หวาย เถาวัลย์ ขี้ไต้ น้ำผึ้งและของป่าอื่นๆ ตามแต่ฤดูกาลจะอำนวย แล้วขนส่งมาขายต่อที่กรุงเทพฯ หรือจังหวัดใกล้เคียง โดยใช้เรือใบเป็นพาหนะล่องเลาะเลียบชายฝั่งมา ท่าเรือที่สำคัญของเมืองระยองในขณะนั้นคือ ท่าประดู่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งท่าเรือรับส่งผู้โดยสารและสินค้า นอกจากนี้พบว่าระยองอาจจะเป็นเมืองที่มีความสำคัญในการต่อเรือ  อู่ต่อเรือที่ว่านี้ตั้งอยู่ที่ท่าแพรกมะขาม ปัจจุบันคือบริเวณสี่แยกถนนยมจินดากับถนนหลักเมืองตัดกัน ในอดีตนั้นประเทศญี่ปุ่นเคยมาสั่งต่อเรือที่นี่ แล้วนำกลับไปใช้ที่ญี่ปุ่น ในปัจจุบันก็ยังพบว่าอาชีพการต่อเรือ เป็นอาชีพที่สำคัญอาชีพหนึ่งของคนที่นี่ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าเมืองระยองตั้งแต่อดีตนั้น มีบทบาท ในฐานะของการเป็นเมืองท่าในการขนส่งสินค้า ต่อมาในสมัยที่จอมพลป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นช่วงต้นของ สงครามเอเชียบูรพา รัฐบาลไทยเตรียมการที่จะต่อสู้กับรัฐบาลฝรั่งเศส เพื่อป้องกันดินแดนด้านตะวันออกของประเทศ คือบริเวณจันทบุรีและตราด จึงได้สร้างถนนสุขุมวิทขึ้น เพื่อใช้เป็นเส้นทางขนส่งทหารและยุทโธปกรณ์ ผลพวงจากการเกิดขึ้นของถนนสุขุมวิทนั้น ทำให้การขนส่งทางน้ำลดความสำคัญลงอย่างมาก เพราะประชาชนหันมาใช้การขนส่งทางบกแทน โดยย่านการค้าธุรกิจการค้าและการขนส่งที่สำคัญของเมือง ระยองในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ก็คือบริเวณ “ถนนยมจินดา”  ต่อมาประมาณปี พ.ศ.2514 นักธุรกิจโรงงานน้ำตาลและโรงแรม ในสมัยนั้น (คนท้องถิ่นรู้จักในนามเสี่ยกัง) ได้เข้ามาลงทุนทำศูนย์การค้า “สตาร์พลาซ่า” ขณะเดียวกันพลอากาศเอกทวี จุลทรัพย์ ซึ่งเป็น รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้ย้ายท่ารถโดยสารออกมาตั้งที่ศูนย์การค้าแห่งนี้ด้วย ทำให้ย่านการค้าเดิมที่ถนนยมจินดาซบเซาลงไปอย่างช้าๆ พ่อค้าแม่ค้าเริ่มทยอยย้ายตามกันออกมาทำมาค้าขายที่ศูนย์การค้าแห่งนี้ จนกลายเป็นย่านเศรษฐกิจแห่งใหม่ของเมืองระยอง ช่วงเวลาเดียวกันนั้น ได้เกิดสงครามเวียดนาม รัฐบาลไทยได้อนุญาตให้สหรัฐอเมริกาเข้ามาตั้งฐานทัพทางอากาศและท่าเทียบเรือบรรทุกขนาดใหญ่  สำหรับขนถ่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ในประเทศไทย ทำให้เกิดมีการก่อสร้างขนาดใหญ่  ทั้งสนามบินและท่าเรือน้ำลึก ส่งผลให้เศรษฐกิจในย่านนี้ รวมทั้งเมืองระยองขยายตัวขึ้นไปด้วย  ต่อมานับแต่ช่วงปีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 5 เป็นต้นมา รัฐบาล ได้กำหนดให้พื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกรวมทั้งจังหวัดระยองเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมหนักและท่าเรือน้ำลึก เพื่อขนถ่ายสินค้า ทำให้มีแรงงานจากภาคเกษตรกรรมจำนวนมากเข้ามาเป็นแรงงานในภาคอุตสาหกรรม  ผลพวงที่สืบเนื่องมาจากการพัฒนาอุตสาหกรรมและการพัฒนา ทางเศรษฐกิจอย่างรีบเร่งของเมืองระยองในช่วงที่ผ่านมา ทำให้สภาพทางสังคมเศรษฐกิจของเมืองระยองในปัจจุบันมีลักษณะผสมผสานระหว่างวิถีชีวิตแบบชนบท และความเป็นเมืองใหม่ ทั้งนี้มีความสัมพันธ์กับลักษณะทางกายภาพและที่ตั้งของเมืองแต่ละชุมชนดังนี้

  • พื้นที่บริเวณชานเมือง ได้แก่ บริเวณชุมชนเกาะกลอยบางส่วนของชุมชนพูนไฉ่ บางส่วน ของชุมชนสองพี่น้อง บางส่วนของชุมชนก้นปึกและบางส่วนของชุมชนทุ่งโตนดเนินพระ เป็นพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่ไม่หนาแน่นมากนัก บริเวณแถบนี้ ในอดีตเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญของเมือง แต่ในปัจจุบันวิถีชีวิตของชุมชน มีการปรับเปลี่ยนจากสังคมเศรษฐกิจแบบ เกษตรกรรมมาสู่เศรษฐกิจการค้าและบริการเป็นหลัก โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญก็คือ ธุรกิจที่พักอาศัย บ้านเช่าและร้านค้าสำหรับ บริการแรงงานจากต่างถิ่น ที่เข้ามาพักอาศัยในจังหวัดระยอง อย่างไรก็ตามในพื้นที่แถบนี้ก็ยังพบการทำเกษตรกรรมอยู่บ้างประปราย เช่น สวนพุทรา ผักสวนครัว และปศุสัตว์ ในอนาคตพื้นที่แถบนี้กำลังเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินจากพื้นที่เกษตรกรรมไปสู่ที่พัก อาศัย ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมติดตามมา โดยเฉพาะปัญหาการระบายน้ำในยามที่เกิดฝนตกหนัก เนื่องจากพื้นที่ที่เคยเป็น หนองน้ำ และแหล่งรองรับน้ำได้ถูกถม และปรับพื้นที่จนหมด
  • พื้นที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจของเมือง (downtown) เทศบาลนครระยอง มีพื้นที่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเมืองที่สำคัญอยู่ 2 บริเวณก็คือ
    • 1) บริเวณสองฟากฝั่งของถนนสุขุมวิทและพื้นที่ใกล้เคียง
    • 2) พื้นที่บริเวณถนนอารีย์ราษฎร์และถนนสมุทรคงคา

1.พื้นที่บริเวณริมถนนสุขุมวิทและพื้นที่ใกล้เคียง อันได้แก่ ถนนยมจินดา ถนนบำรุงราษฎร์ ถนนตากสินและถนนจันทอุดม เป็นย่านที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญของย่านนี้ก็คือ เป็นย่านศูนย์กลางการค้า เป็นศูนย์กลางการขนส่ง ธุรกิจการเงิน โรงแรม และธุรกิจบริการของเมือง อย่างไรก็ตามศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเทศบาลนครระยอง มีแนวโน้มที่จะขยายตัวขึ้นไป ทางทิศเหนือตามเส้นทางของถนนจันทอุดม เนื่องจากจะเป็นพื้นที่ที่มีประชากรเข้ามาอยู่อาศัยอย่างหนาแน่นในอนาคต นอกจากความเป็นศูนย์ กลางด้านการค้าและภาคบริการแล้ว ยังพบว่าพื้นที่โดยรอบของย่านนี้เป็นที่พักอาศัยของประชากรแฝงที่มาจากต่างถิ่น ประชากรกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพหาบเร่ แผงลอยและแรงงานรับจ้างทั่วไป การที่ประชาชนเหล่านี้ เลือกที่จะพักอาศัยอยู่บริเวณขอบของ downtown เนื่องจาก อยู่ใกล้แหล่งประกอบอาชีพและมีความสะดวกในการเดินทางออกมาประกอบอาชีพ ประชาชนกลุ่มนี้มักจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเป็นเครือญาติ กันหรือเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันที่ชักชวนกันทำมาหากินที่นี่ จากการคาดการณ์ในปัจจุบันพบว่าจำนวนประชากรจากต่างถิ่น มีจำนวนใกล้เคียง กับจำนวนประชากรที่เป็นคนท้องถิ่นพื้นเพเดิมของเทศบาลนครระยอง ดังนั้นหากมองในแง่เศรษฐกิจแล้วประชากรกลุ่มนี้นับว่ามีบทบาทที่สำคัญ ต่อการเคลื่อนตัวของระบบเศรษฐกิจเมืองระยอง ในขณะที่หากมองในทางสังคมประชากรกลุ่มนี้ แม้จะมีจิตวิญญาณและวัฒนธรรมดั้งเดิม ของตัวเองอยู่ แต่ก็สามารถปรับตัวเองเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืน

2. บริเวณถนนอารีย์ราษฎร์และถนนสมุทรคงคา พื้นที่ย่านนี้เป็นศูนย์กลางของสังคมเศรษฐกิจชาวประมงพื้นบ้านและอุตสาหกรรมประมง ซึ่งเป็นเศรษฐกิจหลักที่มีความสำคัญมาแต่อดีตและยังคงความสำคัญอยู่ทุกวันนี้ โดยจะพบว่ามีประชาชนในชุมชนต่างๆที่ประกอบอาชีพประมง ดังนี้คือชุมชนสมุทรเจดีย์ ชุมชนปากน้ำ1 ชุมชนปากน้ำ2 ชุมชนสัมฤทธิ์ ชุมชนมุสลิมปากคลอง ชุมชนบ้านปากคลอง ชุมชนก้นปึกและชุมชน แหลมรุ่งเรือง จากข้อมูลการสำรวจภาคสนามและจากเอกสาร พบว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของท่าเทียบเรือ 3 แห่ง โรงงานน้ำปลา 30 แห่ง และกิจการห้องเย็น 4 แห่ง มีครัวเรือนประมงพื้นบ้านขนาดเล็กและครัวเรือนที่เป็นแรงงานในภาคประมง ไม่น้อยกว่า 1,500 ครัวเรือน นอกจากนี้ แล้วด้วยความที่เป็นแหล่งของประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ทำให้ย่านนี้เป็นที่พักอาศัยของแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก ซึ่งมี ทั้งที่เป็นแรงงานถูกกฎหมายและแรงงานที่ผิดกฎหมาย ปัจจุบันปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย นับเป็นปัญหาที่สำคัญ เนื่องจากได้ส่งผล กระทบต่อการจ้างแรงงานท้องถิ่น กล่าวคือ แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ที่ลักลอบเข้ามาทำงาน จะมีค่าแรงที่ถูกมาก ทำให้แรงงานท้องถิ่นเดิม ถูกกดค่าแรงและได้รับค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรมนอกจากเป็นศูนย์กลางทางด้านประมงแล้ว พื้นที่ย่านนี้ นับว่าเป็นแหล่งบริการร้านอาหารทะเลและที่ พักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญของเมือง โดยจะพบร้านอาหารที่มีชื่อเสียงของเมืองระยองหลายร้านได้ตั้งอยู่ที่นี่ ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมทาง เศรษฐกิจที่สำคัญของเมืองระยอง